EP8 เปรียบเทียบโมเดล License ของ Microsoft 365 Copilot: เลือกอย่างไรให้คุ้มและคุมงบอยู่: คู่มือ Admin ยุค AI

0
12

ในมุมของผู้เขียนที่ทำงานกับ Microsoft 365 มานาน และในบทบาท Microsoft 365 MVP หนึ่งในประเด็นที่สร้างความสับสนมากที่สุดเรื่อง Microsoft 365 Copilot คือ

“Copilot แผนไหนได้อะไรบ้าง โดยเฉพาะ Personal / Family ต่างจาก Business / Enterprise ยังไง”

หลายคนเห็นคำว่า Copilot เหมือนกัน แต่ความสามารถ เบื้องหลังข้อมูลที่ใช้ และ governance ต่างกันอย่างมีนัยสำคัญ บทความนี้จะไล่เรียงให้เห็นภาพชัดขึ้น ตั้งแต่ระดับผู้ใช้ตามบ้าน ไปจนถึงองค์กรขนาดใหญ่


เข้าใจโครงสร้างก่อน: Plan vs Licensing Model

ก่อนอื่นต้องแยกให้ออก 2 เรื่องนี้เสมอ

  • Copilot Plan
    → กำหนดว่า Copilot ทำอะไรได้บ้าง และ ใช้ข้อมูลจากไหน
  • Licensing Model
    → กำหนดว่า องค์กรหรือผู้ใช้จ่ายเงินอย่างไร

ถ้าเข้าใจแค่อย่างใดอย่างหนึ่ง จะเลือกผิดได้ง่ายมาก


ภาพรวม Copilot Plans ทั้งหมด (เรียงจากง่าย → องค์กร)

1) Copilot Chat (Free)

นี่คือ Copilot เวอร์ชันพื้นฐานที่สุด

  • ใช้งานได้กับ Microsoft account หรือ work/school account ที่ไม่มี license แบบจ่ายเงิน
  • คุยกับ AI ได้แบบ conversational
  • อ้างอิงข้อมูลจาก เว็บเท่านั้น

ข้อจำกัดสำคัญ

  • ไม่เชื่อม Microsoft Graph
  • ไม่เห็นอีเมล ไฟล์ Teams หรือ SharePoint
  • ไม่มี Copilot ใน Word / Excel / Outlook / Teams
  • ไม่มี admin หรือ compliance control

👉 เหมาะสำหรับ ทดลองแนวคิด AI มากกว่าใช้งานจริงในองค์กร


2) Microsoft 365 Personal / Family (Consumer Copilot)

แผนนี้เป็นจุดที่หลายคนเข้าใจผิดบ่อยที่สุด

Microsoft 365 Personal

  • สำหรับผู้ใช้คนเดียว
  • ใช้ Microsoft account (consumer)
  • มี Copilot ในแอป Office เช่น Word, Excel, PowerPoint, Outlook, OneNote
  • ได้ OneDrive 1TB

Microsoft 365 Family

  • ใช้ได้สูงสุด 6 คน
  • แต่ละคนมี Copilot และ OneDrive แยกกัน
  • เหมาะกับครอบครัวหรือใช้งานตามบ้าน

Copilot ใน Personal / Family ทำอะไรได้บ้าง

  • ช่วยเขียนเอกสาร
  • สรุปเนื้อหา
  • ปรับสำนวน
  • ช่วยออกแบบ presentation
  • ช่วยคิดไอเดีย หรือจัดโครงร่าง

แต่สิ่งที่ “ไม่มี” คือหัวใจสำคัญ

  • ❌ ไม่เชื่อม Microsoft Graph (work data)
  • ❌ ไม่เห็นอีเมล/ไฟล์ใน tenant องค์กร
  • ❌ ไม่มี SharePoint / Teams (work)
  • ❌ ไม่มี agent
  • ❌ ไม่มี admin, audit, compliance

👉 Copilot กลุ่มนี้คือ AI สำหรับ productivity ส่วนบุคคล
ไม่ใช่ AI สำหรับองค์กร


3) Microsoft 365 Copilot – Business Plans

แผนนี้คือก้าวแรกของ Copilot ฝั่งองค์กร

เงื่อนไข

  • ต้องใช้ Microsoft 365 Business Standard หรือ Business Premium
  • จำกัดไม่เกิน 300 users
  • ใช้ Microsoft Entra ID (work account)

ความสามารถหลัก

  • Copilot ใน Word, Excel, PowerPoint, Outlook, Teams
  • ใช้ข้อมูลองค์กรผ่าน Microsoft Graph
    (อีเมล แชต Teams ไฟล์ OneDrive/SharePoint)

ด้าน Security / Governance

  • มี security และ compliance พื้นฐาน
  • เพียงพอสำหรับ SMB
  • แต่ยังไม่ลึกเท่า Enterprise

👉 เหมาะกับองค์กรขนาดเล็ก–กลางที่ต้องการ productivity จริงจากข้อมูลของตัวเอง


4) Microsoft 365 Copilot – Enterprise Plans

นี่คือ Copilot สำหรับองค์กรขนาดใหญ่

รองรับแผน

  • Microsoft 365 E3 / E5
  • Office 365 E3 / E5
  • F3 (บางกรณี)

จุดเด่น

  • Copilot ในแอปเหมือน Business
  • แต่ได้ enterprise-grade governance เพิ่ม
    • Data Loss Prevention (DLP)
    • eDiscovery
    • Audit
    • Microsoft Purview
    • Insider Risk Management

ผลลัพธ์ที่ต่างจริง

  • คุมว่า Copilot เห็นข้อมูล SharePoint ชุดไหนได้
  • คุมข้อมูลอ่อนไหว
  • ตรวจสอบย้อนหลังได้ว่า Copilot ถูกใช้อย่างไร

👉 ฟีเจอร์ Copilot “เหมือนกัน”
แต่ ความปลอดภัยและการควบคุม “คนละระดับ”


5) Copilot Studio / Agents

สำหรับองค์กรที่ต้องการมากกว่าแค่ผู้ช่วย

  • สร้างและบริหาร Copilot agents
  • ใช้ได้ทั้ง developer และ business user
  • เชื่อม connector / API / ระบบภายนอก
  • ค่าใช้จ่ายคิดตาม capacity หรือ consumption (Copilot Credits)

👉 เหมาะกับ automation และ workflow เฉพาะทาง เช่น Helpdesk, HR, Sales, IT Ops


ตารางเปรียบเทียบ Copilot Plans (รวม Personal / Family)

Plan ใช้ข้อมูลอะไร Copilot ในแอป Agents Governance
Copilot Chat (Free) Web
M365 Personal / Family ข้อมูลส่วนตัว
M365 Copilot – Business Work data (Graph) จำกัด (Studio) พื้นฐาน
M365 Copilot – Enterprise Work data (Graph) เต็มรูปแบบ ระดับองค์กร
Copilot Studio ขึ้นกับ agent ตามที่ออกแบบ สูง (ต้องคุมเอง)

Licensing Models: วิธีจ่ายเงิน

Monthly per-user

  • จ่ายรายคน รายเดือน
  • คุมงบง่าย
  • เหมาะกับผู้ใช้ประจำ

ความเสี่ยง

  • Over-license ถ้าไม่ audit

Pay-as-you-go

  • จ่ายตามการใช้งานจริง
  • ผูกกับ Azure billing
  • เหมาะกับ pilot หรือการใช้งานเป็นช่วง

ความเสี่ยง

  • ค่าใช้จ่ายผันผวน
  • ต้อง monitor อย่างใกล้ชิด

สรุป

  • Personal / Family
    = Copilot สำหรับชีวิตส่วนตัว
  • Business / Enterprise
    = Copilot สำหรับข้อมูลและงานองค์กร
  • Copilot Studio
    = Copilot สำหรับ automation

Copilot จะ “คุ้ม” หรือ “เปลือง”
ไม่ได้ขึ้นกับราคา
แต่ขึ้นกับว่า คุณเลือก Plan ให้ตรงกับข้อมูลที่อยากให้ AI เห็นหรือไม่

ถ้า AI เห็นข้อมูลผิดชุด
ต่อให้เก่งแค่ไหน
ก็ช่วยงานคุณไม่ได้จริงครับ